หึหึ........หลายคนๆที่เข้ามาอ่านบทความนี้ อาจจะคิดไปว่า บทความนี้จะสื่อถึงการที่เด็กเล่นเกมส์จนขาดสติ หรือไม่ก็แยกแยะอะไรดี อะไรชั่วไม่ออกเพราะเล่นเกมส์.....

คนที่คิดแบบนั้น ผมตอบได้สั้นๆ คุณคิดผิด!

เพราะเนื้อหาที่ผมจะลงนี้  เกี่ยวกับที่ว่าความฮิตของเครื่องเกมส์ ที่อาศัยหลักธรรม!

หลายๆคนอาจจะงง ว่าไอ้เครื่องเกมส์้เนี่ย การที่มันจะฮิตน่ะมันต้องใช้หลักธรรมด้วยเหรอ หรือว่าจะให้เผยแพร่หลักธรรมผ่านเครื่องเกม? แน่นอนว่าไม่ใช่อย่างนั้นครับ(ถ้าใช่ก็บ้าแล้ว-*-)

เอาล่ หลักธรรมที่จะทำให้เกมส์ฮิตนี้(อาจจะ)มีหลายข้อ แต่ที่ผมจะพูดถึงคือ คุณค่าแท้-เทียม

ซึ่งก่อนหน้านั้น ผมขออธิบายเกี่ยวกับคุณค่าแท้-เทียมก่อนดีกว่า

คุณค่าแท้-เทียม

ทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมมีคุณค่าในตัวมันเอง โดยที่คุณค่าของมัน ได้ถูกจำแนกออกเป็นสองประเภท ดังต่อไปนี้

1. คุณค่าแท้ คือ คุณค่าที่เราใช้สอยเอาประโยชน์จากสิ่งนั้นเป็นหลัก อย่างเช่น คุณค่าแท้ของรถ

คือการเป็นยานพาหนะที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการขนส่งหรือเดินทาง

2.คุณค่าเทียม คือ คุณค่าที่เพิ่มเติมมา ที่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ เช่นคุณค่าเทียมของมือถือ ที่มีApp.เสริมเยอะแยะ จนไม่รู้จะเอาไปทำ***เซ็นเซอร์***อะไร

 

มาุถึงตรงนี้แล้ว หลายๆคนคงจะยังงงอีกว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรก็เกมส์ล่ะ  เดี๋ยวผมจะอธิบายให้กระจ่างเพิ่มอีก แต่ก่อนหน้านั้น ผมขออธิบายถึงสรรพคุณของ2เครื่องเกมส์ฮิตแห่งยุคเลยก็แล้วกัน

PSP

เกมส์สุดฮิตที่หลายๆคนรู้จักกันดี งั้นไม่ต้องอธิบายสรรพคุณก็ได้ (me/โดนเตะ) ขออธิบายเลยก็แล้วกัน

เครื่องPSP(PlaystationPortable) เป็นเครื่องเกมส์พกพา(ไม่ต้องบอกก็ได้มั้ง-*-)ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทโซ นี่ มีคุณสมบัติในด้านกราฟฟิคที่หรูหราอลังการ และระบบเสียงที่ดีเยี่ยม(ซึ่งมันก็สมควรอยู่ เพราะโซนี่เชี่ยวชาญในด้านนี้อยู่แล้ว) มีมัลติมีเดียที่ครบชุด(ดูหนัง,ฟังเพลง,ดูรูป ได้หมด แถมยังเล่นเน็ตได้อีกต่างหาก) อีกทั้งยังสามารถถ่ายรูปได้อีกด้วย

 คราวนี้ มาดูคู่แข่งของเจ้าPSPนี่ดีกว่า

 

NDS

 

ผมมั่นใจ ว่าหลายๆคนจะต้องไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้ เพราะเด็กไทยส่วนมากกก(ลากเสียง)จะสนใจPSPมากกว่า

NDS(Nintendo Dual Screen)เป็นเกมส์พกพาที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทนินเทนโด้มีลูกเล่นที่ขึ้น ชื่อในด้านระบบสองหน้าจอสมชื่อDual Screen(จอคู่)ที่เล่นแล้วมันสะดวกสบายมากกว่าที่จะมึน(ไม่เชื่อก็ลองสิ)อีก ทั้งยังมีระบบทัชสรีน(Touch Screen)ที่ใช้สัมผัสหน้าในการเล่น อีกทั้งยังมีการใช้ไมค์ที่ติดมาอยู่ในเกมส์ได้ และยังสามารถแชตกันผ่านเครื่องต่อเครื่อง โดยใช้ระบบทัชกรีนสนับสนุนการแชตได้อีกนอกจากนี้แล้ว ยังมีโปรแกรมที่ใช้สับสนุนการเรียนจนถึงกับมีการใช้NDSเป็นสื่อการเรียนการ สอนในโรงเรียนประถมมาแล้ว(เรื่องจริงนะเอ้อ~) แล้ว ยังสามารถถ่ายรูป แล้วนำไปใช้สำหรับเล่นเกมส์ได้อีกด้วย หรือจะนำไปเสริมแต่งต่อในเครื่องก็ได้ แถมยังเอาไปเล่นอินเทอร์เน็ตในเครื่องได้อีกด้วย(ไอ้ที่ตัวอักษรสีน้ำเงินนั่นมันเฉพาะรุ่นDSi)

แล้ว ต่อจากนี้ ผมขอหันไป พูดถึงคุณค่าแท้-เทียมของเครื่องเกมส์กันก่อน

คุณค่าแท้ : เล่นเพื่อผ่อนคลาย และความสนุก

คุณค่าเทียม : ระบบมัลติมีเดียต่างๆที่หลากหลาย เสียงและกราฟิคที่หรูหราอลังการ การเล่นอินเทอร์เน็ตในเครื่อง และฯลฯ

เอาล่ะ ลองย้อนไปอ่านสรรพคุณของเกมส์ดูสิครับ

........

คุณจะพบว่า ไอ้สรรพคุณ ต่างๆนานาของเครื่องPSPเนี่ย ส่วนมาก จะเน้นไปที่"คุณค่าเทียม"ทั้งนั้น(ดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายรูป ดูภาพ เล่นเน็ต บลา บลา บลา) ส่วนในด้านคุณค่าแท้....ทางโซนี่แทบจะไม่แลเลย(ถ้าไม่เชื่อก็ลองวกไปอ่านสิ เห็นสรรพคุณที่สนับสนุนการเล่นให้สนุกบ้างหรือเปล่า)

กลับกัน ทางนินเทนโด้จะเน้นระบบที่ทำให้สามารถเล่นได้อย่างผ่อนคลายและสนุกสนานอย่าง ได้มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นระบบทัชกรีนที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกไม่เบื่อเลย เพราะใช้ประยุกต์เล่นได้หลายแบบ หรือจะเป็นระบบสองหน้าจอ ที่ทำให้ผู้เล่นไม่ปวดหัวกับการเช็ครายละเอียด2อย่างพร้อมกันโดยไม่ต้องปวด หัวไล่เช็คทีละอันก็ตามแต่ ซึ่งนั่นเป็น"คุณค่าแท้"ของเครื่องเกมส์ แต่ก็ใช่ว่าเครื่องนี้ไม่มีคุณค่าเทียมนะ แต่อย่างน้อย มันเป็นเป็นคุณค่าเทียมที่มีประโยชน์ อย่างเช่น เอาไปเป็นสื่อการเรียนการสอน หรือไม่ก็ไปก็เป็นสื่อแนะนำนักท่องเที่ยว(ประเทศไทยก็มีนะเอ้อ)และสอนภาษา ต่างประเทศ หรือแม้ว่าจะเป็นรุ่นใหม่(DSi)ที่ถ่ายรูปได้ แต่มันก็ยังนำรูปที่ถ่ายไปใช้เล่นเกมส์ได้อีก มันก็นับเป็นคุณค่าแท้ได้อีก(อย่างเมพ) ถึงแม้ว่าไอ้การเล่นเน็ตได้นั้นมันก็เป็นคุณค่าเทียมก็เหอะอันนี้ไม่เถียง เพราะยังไงซะ คุณค่าแท้ก็มากกว่าอยู่แล้ว

ในปัจจุบัน

สถิติการขายของเครื่องPSPอยู่ที่55.9 ล้านเครื่อง

ส่วนสถิติการขายของNDSอยู่ที่ 107.75ล้านเครื่อง

ฮาล่ะครับ ท่านผู้ชม แม้ว่านี่จะเป็นสถิติของเมื่อ2-3เดือนก่อนก็ไม่เกี่ยง ที่น่าสนใจคือสถิติต่างหากทั้งๆที่ทั้งคู่มันวางจำหน่ายเดือนเดียวกันแท้ๆ (ดักคอพวกที่จะอ้างว่า"ก็DSมันออกก่อนอ่ะ") แต่ยอดขายนี่มันห่างเป็นเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว(ถ้าปัดขึ้นไปในหลักสิบของ PSPก็เท่าตัวพอดี ฮา)

จะเห็นได้นะครับ ว่า PSPแพ้NDSขาดลอยในเรื่องของยอดขาย เหตุผลนั้นง่ายนิดเดียว

"เครื่องNDSจะเน้นไปที่คุณค่าแท้อันสำคัญของเกมส์มากกว่าPSPที่เน้นในเรื่องของคุณค่าเทียมที่ไม่ต้องมีก็ได้"

 

แต่ถ้าคุณจะมาถามผมว่า "แล้วทำไมเด็กไทยถึงนิยมPSPมากกว่าNDSล่้ะ?"

คำตอบนี้มีเยอะแยะ และหลากหลายปัจจัยครับ แต่1ในคำตอบนั้นก็คงจะเป็น

"คนไทยส่วนใหญ่ มักจะนิยมชมชอบสิ่งมีคุณค่าเทียมมากกว่าคุณค่าแท้"

 

ปล. เอนทรี่นี้สอนไว้ว่า

"หลักธรรมะนั้น สามารถนำไปใช้ในทางธุรกิจได้"

ปล.2 หากผมบอกอะไรไม่ดีไป เชิญด่าตรงๆได้เลยครับ แต่อย่าดูหมิ่นพอ

 

 ไม่มีอะไรมากหรอก... แค่ผมอยากลองเปิดเผยทัศนคติของผมดูน่ะ.... 

__________________________________

"เราจะต้องสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน"
"ลูกผู้ชาย ฆ่าได้ หยามไม่ได้"
"ปล่อยเสื้อลอยชาย ดูสบายแต่ไร้ศักดิ์ศรี"

ประโยคทำนองนี้เป็นประโยคที่ผมมักจะได้ยินบ่อยๆ จนเอียนสุดๆ สุดจะทนจริงๆ
หากจะให้บอกตรงๆ ไอ้ชื่อเสียง,เกียรติยศและศักดิื์ศรีเนี่ย อาจจะดูเหมือนกัน แต่หากมองให้ลึกๆหน่อย ก็จะพบว่า มันแตกต่างกัน แต่พอผมลองมองให้มันโคตรลึกไปจนอาจจะถึงแก่นแท้ของมันละก็ ผมกลับรู้สึกว่าไอ้สามอย่างนี้มันไม่มีความแตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะ ไอ้ศัพท์สามตัวที่กล่าวๆมานี่ มันมีความหมายประมาณว่า
"ทิฐิของมนุษย์ ที่ใช้สำหรับหนีความเป็นจริง"

หากคุณไม่เชื่อ ลองมาอ่านเรื่องจริงนี้ดูครับ
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น ในสมัยสงครามโลกครั้งที่2
ณ ศูนย์ฝึกเยาวชน(ไว้ให้ฝึกเยาวชนในวิชาทางการทหาร เพื่อจะให้ไปรบในอนาคต)
มีเด็กคนหนึ่ง เขาเป็นคนที่อ่อนแอ และค่อนข้างขี้กลัว แล้ว เขาจะฝึกวิชาทางการทหารไหวเหรอ? ตอบได้ง่ายๆสั้นๆ "ไม่"  แน่นอน เมื่อเขาทำอะไรผิดพลาด ก็จะโดยตีก้นเสมอ แถมยังโดนทั้งหมู่ด้วย เพราะระบบการลงโทษมันเป็นระบบหมู่  แล้ว หลังจากทั้งหมู่ถูกลงโทษเสร็จแล้ว เด็กคนที่ว่าก็จะถูกรุมสกรัมจากเพื่อร่วมหมู่เสมอ เพราะถือว่านำความซวยมาให้ ต่อมา คืนหนึ่ง เขาเริ่มทนไม่ไหวกับการฝึกสุดโหด และเพื่อนร่วมหมู่อันโหดร้ายที่ไม่เข้าใจในตัวเขา จนเริ่มหนีออกมาจากศูนย์ฝึกเยาวชน(ที่น่าจะถูกเรียกว่า"กักกัน"มากกว่า" ฝึก") แต่ไม่สำเร็จ เลยต้องถูกทำโทษอย่างแรงมันทั้งหมู่ แถมยังถูกทำโทษนานกว่าปรกติ หลังจากที่จบแล้ว ก็ถูกรุมสกรัมแรงเป็นพิเศษจากเพื่อนร่วมหมู่อีก
หลังจากนั้นน่ะเหรอ........เขา"ผูกคอตาย"..... แต่ทางศูนย์ฝึกเยาวชน กลับปล่อยข่าวออกมาอย่างหน้าด้านๆว่า "เกิดอุบัติเหตุระหว่างการฝึกจนเสียชีวิตอย่างสมเกียรติ"

เอาล่ะ นิทานจบแล้ว ไปนอนได้...เอ่อ...ไม่ใช่ล่ะ-*-(me/ได้ยินเสียงมาแต่ไกลว่า"แป้กว้อย")

จากเรื่องนี้ บ่งบอกได้ว่า เป็นการสร้าง"เกียรติยศ" "ชื่อเสียง" และ "ศักดิ์ศรี" โดยปิดบัง"ความเ็ป็นจริง"เอาไว้อย่างเห็นได้ชัด

"ความเป็นจริง"มันโหดร้าย ใครๆเขาก็รู้กัน แล้วน้อยคนนักที่จะกล้ายอมรับไอ้"ความเป็นจริง"ขนาดที่ยอมเปิดเผยได้เนี่ย มันน้อยสุดๆเลย รู้มั้ยครับ ว่าเพราะอะไร คนจึงไม่กล้าเปิดเผย"ความเป็นจริง" คำตอบนั่้นง่ายมาก เพราะว่ากลัวที่จะสูญเสีย"ชื่อเสียง" "เกียรติยศ" และ"ศักดิ์ศรี"อย่างไรล่ะครับ เนื่องมาจากว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่เกรงกลัวต่อความคิดของส่วนมาก จึงต้องทำใจละทิ้ง"จิตใจ"ที่เป็น"ความเป็นจริง"ในตัวเราที่สังคมไม่มีทางยอม รับออกไป แล้วยอมรับ"ศักดิ์ศรี" "เกียรติยศ" และ "ชื่อเสียง" อันเป็นสิ่ง"จอมปลอม"ที่ยอมรับได้ในหมู่สังคมมาแทนที่

น้อยคนนัก ที่ "ความเป็นจริง"ในจิตใจ จะตรงกันกับ"ศักดิ์ศรี" "เกียรติยศ" และ "ชื่อเสียง"ที่สังคมยอมรับ

มีสุภาษิตหนึ่ง กล่าวไว้ว่า "อย่ามองคนที่ภายนอก"

แล้วก็มีคำสั่งสอนว่า "จงรักษาเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และชื่อเสียงของตระกูลเอาไว้ให้ดี"

โดยที่ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า ไอ้สองคำสั่งสอนนี้น่ะ มันขัดแย้งกันเองอย่างเห็นได้ชัด
เพราะอะไร? ผมขออธิบายตรง"ภายนอก"ที่สุภาษิตกล่าวก่อน
"ภายนอก" นั้น หมายถึง รูปลักษณ์ที่ดูงดงาม หรือทรัพย์สินที่มากมาย
"เกียรติยศ" "ชื่อเสียง"และ "ศักดิ์ศรี "นั้น  คือ ความมีหน้ามีตา หรือก็คือลักษณะที่สังคมยอมรับกันได้

โดยที่.....
ซักวัน.....รูปลักษณ์ภายนอกอันงดงามก็ย่อมต้องอัปลักษณ์ขึ้น
ซักวัน.....เงินทองที่มีมหาศาล ก็ต้องหมดไป
แต่ศักดิืศรี ชื่อเสียง และเกียรติยศของเราจะไม่หายไปเลย...จริงเหรอ?

ที่ผมคิดอย่างนี้ ก็เพราะว่า หากเราทำตัวไม่ดี ชื่อเสียงมันก็เริ่มน้อยลงๆ จนหายไป แล้วก็มีชื่อเสียโผล่มาแทน ถูกมั้ยล่ะ?
แต่ ใครจะยอมให้ชื่อเสียงหายไปด้วยการทำตัวอันธพาลล่ะ.... แน่นอนว่าไม่มี แต่ก็นะ ถึงไม่ได้ตั้งใจ แต่ทำตัวผิดมารยาท จารีต ประเพณี แม้แต่น้อยเดียว ชื่อเสียงที่สะสมมายาวนานก็จะพังได้โดยง่าย จริงมั้ยล่ะ?

ดังนั้น ชื่อเสียง ศักดิ์ เกียรติยศ มันก็ไม่ได้ต่างไปจากรูปลักษณ์ภายนอกหรอก มันก็แค่รูปลักษณ์ภายนอก ในแบบฉบับที่สังคมยอมได้เท่านั้นเอว ดูไร้สาระดีใช่มั้ยล่ะ แต่มันคือความจริง

"รูปลักษณ์ภายนอกกับเงินตราเป็นเพียงของนอกกายฉันใด
เกียรติยศ ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีมันก็เป็นของนอกกายฉันนั้น"

"แปลกดีนะ ทั้งที่ปากก็สอนให้ไม่ได้สนใจในของนอกกายแ้ท้ๆ แต่กลับแคร์ของนอกกายเป็นพิเศษ"

  เนื่องจากมันว่างๆ แล้วก็เห็นว่าดองมานานแล้วด้วย ก็เลยเอาแท็คมาทำเล่นแก้เซ็งน่ะครับ บอกตรงๆ ผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าแท็คคืออะไร-*- แต่เอาเถะอ พอดีเห็นว่าแท็คอันนี้มันฮิตในหมู่บล็อคเกอร์ เลยเอามาทำมั่ง
  _______________________________________________________________________

นี่มันยากกว่าที่เห็นนะ!
ก๊อปปี้คำถามพวกนี้ไปที่โน้ตของคุณ ลบคำตอบฉันออกไปซะ

ใส่คำตอบของคุณเองลงไป และหลังจากนั้นจะแท็กเพื่อนกี่คนก็ได้
ใช้ตัวพยัญชนะแรกของชื่อคุณในการตอบคำถามต่อไปนี้
และต้องตอบเป็นความจริง อย่ามั่ว!
ถ้าคนก่อนหน้าคุณใช้พยัญชนะเดียวกัน คุณต้องตอบให้ไม่เหมือนเดิม
อย่าใช้คำซ้ำ แล้วก็อย่าใส่ชื่อตัวเองลงไปในข้อ 3 หรือ 4 ล่ะ
(คนตั้งกฏแม่งไปโกรธกะใครมาวะ...)
 

 
 

1. ชื่ออะไร : มาร์ค

2. คำสี่ตัวอักษร : มอมอ(เอ๊ะ หรือไม่จริง?)


3. ชื่อผู้ชาย : มาจิรุ(จากซาโยนาระ คุณครูผู้สิ้นหวัง....คิดไปได้)

4. ชื่อผู้หญิง : มิโอะ(ดูมัน!!!)

5. อาชีพ : มือเบส(อาชีพของข้อ4-*-)

6. สี : ม่วงเข้ม(ฮา)

7. สิ่งที่ใส่ไว้บนร่างกาย :ไม้ปักผม


8. อาหาร : มิโซะั


9. ของที่เจอได้ในห้องน้ำ : มือถือ

10. สถานที่ : มิโอะ โนะ ทาคุ(แปล:บ้านของมิโอะ.......เฮ้ย!?)

11. เหตุผลที่มาสาย : มีธุระ

12. คำที่ตะโกนออกมา : มิโอะสุดยอด!(จะยุ่งกะมิโอะอีกนานมั้ยล่ะฟระ!?)

13. ชื่อหนัง : ม.3ปี4เรารักนาย

14. เครื่องดื่ม : ไมโล

15. วงดนตรี : โมโนไบรท์(ที่ร้องOPที่6ของกินทามะ)


16. สัตว์ : แมว

17. ชื่อถนน : มิตรภาพ


18. รุ่นรถ : ไม่รู้ซักกะรุ่น......
19. ชื่อเพลง : มิสเตอร์เรนดร็อป(EDที่2ของกินทามะ)


20. คำกริยา : มาเที่ยว

พอตอบแท็คนี้แล้ว... รู้สึกเหมือนกับว่ากลายเป็นสาวกมิโอะไปแล้ว-*-